10 วิธีดูแล iPhone ให้ใช้ได้อย่างคุ้มค่า
1. ควรใช้อุปกรณ์ชาร์จของ Apple แท้ ไม่ควรใช้ของปลอม
เนื่องมาจากใช้อุปกรณ์ชาร์จปลอม ถึงแม้ว่าจะมีราคาถูกกว่าอุปกรณ์ชาร์จของ Apple ก็จริง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะทำลายเครื่องของเรา ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ผ่านการรับรอง ควรเลือกใช้อุปกรณ์ชาร์จจาก Apple ที่ผ่านมาตรฐาน MFI เพื่อความปลอดภัย
2. แนะนำให้ถอดเคส เวลาชาร์จ iPhone
เคสเป็นการป้องกันอุปกรณ์ไม่ให้เป็นรอยและเสียหายโดย ทาง Apple แนะนำว่าในขณะที่เราชาร์จอุปกรณ์ควรจะถอดเคสออก เนื่องจากเคสบางชิ้นอาจจะทำให้เกิดความร้อนได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่ออุปกรณ์
3. ไม่ควรใช้พื้นที่ในเครื่องเยอะที่มากเกินไป
การเก็บข้อมูลโดยใช้พื้นที่ในเครื่องมากเกินไปจนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ว่าง จะส่งผลเมื่อมีการดาวน์โหลด iOS ใหม่เพื่อติดตั้งในเครื่องของเรามีพื้นที่ไม่เพียงพอ อาจจะต้องลบแอปบางแอปออกไป เพื่อทำให้การอัปเดต iOS สำเร็จ ดังนั้นหากพื้นที่ในโทรศัพท์ของเรามีน้อย ก็ควรจัดสรรปันส่วนให้ดี เช่น นำรูปภาพไปเก็บไว้บน iCloud หรือหลีกเลี่ยงการโหลดแอปที่กินพื้นที่เยอะ แนะนำว่าควรจะให้มีพื้นที่ว่างในเครื่องอย่างน้อย 10% ของพื้นที่ทั้งหมด เผื่อไว้สำหรับอัปเดต iOS
4. สำรองข้อมูลบน iCloud อยู่เสมอ
การสำรองข้อมูล (Back up) จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ใช้ทุกคนต้องทำ เพราะบางทีเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น โทรศัพท์ตกน้ำ ไฟไหม้ หรือถูกขโมย ถ้าเราไม่ทำการสำรองข้อมูลไว้ นอกจากจะเสียโทรศัพท์ไปแล้วยังต้องเสียข้อมูลอีกด้วย การสำรองข้อมูลทำได้ง่าย ควรคำนึงถึงความปลอดภัยไว้ก่อน
5. แนะนำให้อัปเดต iOS ใหม่อยู่เสมอ
เมื่อทาง Apple มี iOS ปล่อยออกมาใหม่ บางคนอาจจะไม่กล้าอัปเดต เนื่องด้วยกลัวปัญหาเรื่องของแบตเตอรี่หมดไวหรือข้อผิดพลาดที่อาจจะมากับ iOS ใหม่ แต่การปล่อย iOS ใหม่มานั้นเป็นการปรับปรุงระบบปฏิบัติการและความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ๆ หรือความไหลลื่นของ iOS ดังนั้นอย่ากลัวที่จะอัปเดต เพราะ Apple ต้องการส่งมอบประสบการณ์ดีๆ ให้กับผู้ใช้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะพบข้อผิดพลาดหลังการอัปเดต ก็อย่ากังวลไป Apple พร้อมที่จะสนับสนุนและออกเวอร์ชันใหม่เพื่อปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้น
6.ทำความสะอาดเครื่องอยู่เสมอ
iPhone ที่ใช้อยู่ทุกวันอาจจะเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคมากที่สุดก็ได้ เนื่องจากมีการจับสัมผัสใช้งานบ่อย และยิ่งใครที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาดเลย แน่นอนว่าเศษฝุ่นจะต้องเข้าไปเกาะในช่องหูฟังและช่องแบตเตอรี่ที่ส่งผลให้การเสียบเชื่อมต่อมีปัญหา หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเราต้องใช้ iPhone แทบจะตลอดเวลา ก็ควรที่จะทำความสะอาดและทะนุถนอมอยู่เสมอ ควรใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดหรือใช้คอตตอนบัตทำความสะอาดตามช่อง หลีกเลี่ยวการใช้ไม้หรือเหล็กแข็งๆ แหย่เข้าไป เพราะอาจจะทำให้อุปกรณ์ภายในชำรุดได้
7. ปิดเครื่องบ้าง เพื่อให้เครื่องรีเฟรชใหม่
บางท่านอาจจะไม่เคยปิดเครื่องเลย นอกจากแบตเตอรี่จะหมดหรือทำการรีสตาร์ทเครื่อง แต่เคสเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นนานๆ ครั้ง รู้หรือไม่ว่าการปิดเครื่องเพื่อพักไว้เป็นครั้งคราว จะช่วยให้ซอฟต์แวร์สามารถรีเฟรช iPhone ให้ดีขึ้นได้ รวมไปถึงยืดอายุของแบตเตอรี่อีกด้วย การปิดเครื่องไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน อาจจะปิดแค่สัปดาห์ละครั้ง แค่นี้ iPhone ก็จะอยู่กับคุณได้นานยิ่งขึ้น
8. แนะนำไม่ควรเล่น iPhone ขณะชาร์จ
เราสามารถเล่นสมาร์ทโฟนขณะชาร์จได้ แต่แนะนำว่าไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเล่นสมาร์ทโฟนระหว่างชาร์จอยู่จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไวและแบตเตอรี่เต็มช้า ปัจจุบันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสามารถชาร์จได้รวดเร็วจนถึง 80% ถึงจะเปลี่ยนมาชาร์จช้า ดังนั้นเวลาที่แบตใกล้หมด แนะนำให้ชาร์จทิ้งไว้ โดยไม่ต้องเล่นไปด้วย อดใจรอใช้เวลาไม่นานแบตเตอรี่ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ของเราให้ใช้ได้นานขึ้น
9. แนะนำไม่ควรเปิด Location Services ทุกแอป โดยไม่จำเป็น
การใช้งานแอปต่างๆ ที่ต้องมีการขออนุญาตเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง (Location Services) เราก็มักจะอนุญาตอยู่เสมอ แล้วก็อาจจะลืมปิด หากเรามีแอปเหล่านี้ในเครื่องเยอะ แน่นอนว่าการติดตามตำแหน่งที่ตั้งตลอดเวลาส่งผลให้แบตเตอรี่หมดเร็วและเข้าถึงความเป็นส่วนตัวในการติดตามตำแหน่งที่ตั้งเวลาที่เราเดินทางหรืออยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับการโฆษณา หากต้องการปิดการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง สามารถทำได้ดังนี้
ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ความเป็นส่วนตัว (Privacy) > บริการหาตำแหน่งที่ตั้ง (Location Services) > เลือกแอปและเลือก ไม่เลย (เมื่อไม่ต้องการเปิด Location Services เลย) หรือ ในระหว่างใช้แอป (เมื่อต้องการเปิด Location Service ขณะใช้แอปเท่านั้น)
10. แนะนำควรใช้รหัสปลดล็อคเครื่อง
บางคนอาจจะไว้ใจ Touch ID หรือ Face ID ในการปลดล็อคเครื่อง โดยไม่ใช้รหัสผ่าน (Passcode) แต่บางครั้งการโจรกรรมโทรศัพท์ รวมถึงข้อมูลภายในเครื่องก็อาจจะเกิดขึ้นได้ หากโจรสามารถเข้าถึงมือถือของเราโดยผ่าน Touch ID หรือ Face ID ได้โดยไม่ต้องกรอกรหัสผ่านใดๆ แน่นอนว่าต้องเกิดความอันตรายต่อข้อมูล ดังนั้นควรจะตั้งให้ใช้รหัสผ่านอยู่เสมอ เพื่อเป็นการป้องกันที่แน่นหนามากขึ้น
ทั้งหมดนี้ก็เป็น 10 วิธีดูแล iPhone ของเราให้ใช้ได้นานมากขึ้น บางคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน ก็นำไปปรับใช้เพื่อดูแลรักษา iPhone ให้ได้อย่างคุ้มค่าครับ